Reeracoen Thailand Regional Blog

  • Job Seekers
  • Employers

Skills over School! หลายบริษัทปรับเกณฑ์รับเข้าทำงาน หันมาเน้น “ทักษะ” มากกว่าวุฒิการศึกษา

  • Home
  • Jobs Market Insights
  • Skills over School! หลายบริษัทปรับเกณฑ์รับเข้าทำงาน หันมาเน้น “ทักษะ” มากกว่าวุฒิการศึกษา

Select Category

เป็นที่เข้าใจว่า “ใบปริญญา” ถือเป็นพาสปอร์ตในการหา “งานที่ดี” และวุฒิการศึกษายังคงเป็นคุณสมบัติพื้นฐานอันดับแรกที่ใครไม่ก็อาจปฏิเสธได้แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนผ่านไปแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าบรรทัดฐานเหล่านี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงและงานบางอย่างก็ไม่ต้องอาศัยวุฒิก็สามารถทำได้ เพราะปัจจุบันหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกเริ่มปรับกลยุทธ์การรับสมัครพนักงานใหม่ โดยมุ่งเน้นที่ “ทักษะการทำงาน” ให้มากขึ้นและลดกำแพงของ “วุฒิการศึกษา” ลง (สำหรับบางตำแหน่งงาน)

เริ่มจาก Walmart (ร้านค้าปลีกที่มียอดขายมากที่สุดในโลก) ระบุว่า “ยินดีพิจารณาหากผู้สมัครมีทักษะที่สามารถใช้ทำงานได้ ไม่ว่าจะได้มาจากประสบการณ์หรือวิธีการเรียนรู้อื่นๆ ก็ตาม” และไม่เพียงเท่านั้น อีกหลายบริษัทใหญ่ที่ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี อาทิ Delta, Google, IBM และ Kellogg’s ก็เริ่มหันหัวเรือการรับสมัครงานมาในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้ 20% ของประกาศงานบนแพลตฟอร์ม Linkedin “ไม่จำเป็นต้องจบปริญญา” ก็สามารถสมัครเข้ามาได้ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 30% ภายในระยะเวลา 6 เดือน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้คือสภาวะ “ขาดแคลนแรงงาน” ในสหรัฐฯ โดยรายงานล่าสุดพบงานว่างถึง 9.6 ล้านตำแหน่ง

ในขณะที่มีคนว่างงานเพียง 6.4 ล้านคนเท่านั้น ทำให้บริษัทต้องหาวิธีการใหม่ๆ ในการคัดคนเข้าทำงานด้วยการตัดสินใจลดทอนกำแพงคุณสมบัติด้านการศึกษาและเปิดโอกาสให้กับผู้สมัครในวงกว้างมากขึ้น

อย่างไรก็ตามแม้หลายบริษัทจะมีการเปลี่ยนแนวทางก็ไม่ได้แปลว่าการศึกษาหมดความสำคัญ

เพียงแต่เปลี่ยนจุดโฟกัสจาก “เกรด” เป็นดูถึงความสามารถลึกๆ ว่าผู้สมัครทำอะไรได้บ้าง

แต่คำถามคือเมื่อไม่มีเกณฑ์อย่างวุฒิการศึกษามารับรองแล้วบริษัทแน่ใจได้อย่างไรว่าเลือกรับมาได้ “ถูกคน”

ขั้นตอนที่ 1: จำแนกว่างานแบบไหนไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาผู้สมัครมีโอกาสเรียนรู้งานหรือได้รับทักษะจากแหล่งอื่นๆ หรือไม่

รวมถึง on-the-job training สามารถเติมเต็มช่องว่างนั้นได้ดีแค่ไหน

ขั้นตอนที่ 2: เมื่อจำแนกลักษณะได้ว่างานแบบไหนควรใช้ใคร จากนั้นกางคุณสมบัติที่ต้องการจาก Job Requirement

ไล่ตั้งแต่ทักษะเชิง Technical ประสบการณ์เพื่อทำประกาศรับสมัครในช่องทางที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 3: กำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการพิจารณา ซึ่งขั้นตอนคัดกรองเบื้องต้น (phone screen)

และการสัมภาษณ์งานควรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเลือกรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับแต่ละตำแหน่งงาน

เช่น Psychometric test เพื่อประเมินผู้สมัคร โดยสะท้อนภาพรวมทั้งทักษะ ความสามารถ ตลอดจนบุคลิกนิสัย

เพื่อจำแนกว่าสามารถเข้ากับที่ทำงานได้ดีแค่ไหน หรืออาจใช้วิธีสัมภาษณ์แบบ Competency-base ที่ทำให้ผู้สมัครสามารถดึงเอาประสบการณ์ในอดีต

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพสำหรับนายจ้างในการคัดเลือกว่าใครสามารถทำได้ดีที่สุดในหน้าที่นั้นๆ

วุฒิการศึกษาคือเครื่องมือชั้นดีให้เรามีโอกาสเข้าสู่งานอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ก็ไม่ใช่ “ทั้งหมด” เสมอไป

เพราะยังมีส่วนอื่นๆ อาทิ ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นตั้งใจที่สำคัญไม่แพ้กัน

มองหา “งานใหม่” ที่ใช่ยิ่งกว่าเดิม ฝากโปรไฟล์ไว้กับเรา

อ่านบทความเพิ่มเติมที่:

คนทำงาน 70% “แต่งประวัติเกินจริง” เพื่อหวังได้รับโอกาสมากขึ้น

5 คำถามสัมภาษณ์งานเช็กได้ทันทีว่าองค์กรไหนที่เราควรหนีไป!

แปลและเรียบเรียงจาก: https://bit.ly/3QARozh

#ReeracoenRecruitment #ReeracoenThailand #Recruitment

Related Posts