Reeracoen Thailand Regional Blog

Select Category

Mr. Kenji Naito, Group CEO of Reeracoen Group, photographed at Reeracoen headquarters.

ผู้นำที่ดี ต้องนำทีมด้วยใจ: บทสนทนากับ Kenji Naito CEO แห่ง Reeracoen Group

ผู้นำหลายคนสร้างธุรกิจได้ แต่สิ่งที่ Kenji Naito ทุ่มเทสร้างมากว่า 17 ปีนั้นลอกเลียนแบบได้ยากกว่า 

นั่นคือ วัฒนธรรมองค์กรที่มีจุดมุ่งหมาย ผ่านการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างคน

ในฐานะ Group CEO ของ Reeracoen คุณ Naito แรงขับเคลื่อนหลักที่หล่อหลอมค่านิยมและทิศทางขององค์กรทั่วเอเชีย วันนี้เราพูดคุยกับเขาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต ความหมายของการนำทีมโดยยึดคนอื่นเป็นศูนย์กลาง และวิสัยทัศน์ที่เขามีต่ออนาคตของ One Reeracoen

จากศูนย์สู่ลูกค้า 11,000 ราย: เส้นทางที่สร้างขึ้นจากความอดทน

ย้อนกลับไปในช่วงแรกๆ ที่คุณอยู่กับ Reeracoen มีช่วงเวลาหรือประสบการณ์ไหนที่หล่อหลอมตัวคุณมากที่สุด?

ตอนที่ผมเริ่มเปิดสำนักงานต่างประเทศแห่งแรกของ Reeracoen ที่มาเลเซีย ทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ เราไม่มีภาพแบรนด์ที่คนรู้จัก ไม่มีสินค้าที่พร้อม และไม่มีสูตรความสำเร็จให้ทำตาม แต่แทนที่จะมองว่านั่นคืออุปสรรค ผมกลับเลือกมองมันเป็นโอกาสในการสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่

ผมเชื่อว่าเราต้องสร้างจุดแข็งของตัวเองขึ้นมาเอง เมื่อตอนนี้บริการไม่ได้มีจุดแข็ง ผมเองที่ต้องกลายเป็นจุดแข็งนั้น เราโฟกัสที่การสร้างคุณค่าผ่านการสรรหาคน การพัฒนาทีม และการยกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง

จากมาเลเซีย Reeracoen ขยายตัวจนมีถึง 17 สำนักงานทั่วเอเชียในปี 2562 แต่แล้วโควิดก็มา และนั่นคือบททดสอบที่หนักที่สุดที่ผมเจอ ต้องถอนตัวออกจากบางตลาด ต้องขายทรัพย์สินบางส่วน และต้องกลับมาถามตัวเองใหม่ว่า Reeracoen ถูกสร้างมาเพื่ออะไรกันแน่

แต่แทนที่ประสบการณ์เหล่านั้นจะทำให้ท้อถอย มันกลับยิ่งตอกย้ำความเชื่อที่ผมยึดถือมาตลอด

การเลิกกลางคันทำได้ง่าย แต่การยืนหยัดต่อไปนั้นยาก ทั้งสำหรับองค์กรและสำหรับแต่ละบุคคล 

ความพยายามอย่างต่อเนื่องนี่แหละที่สร้างความไว้วางใจกับสังคมได้ในท้ายที่สุด

จนวันนี้ Reeracoen ทำงานร่วมกับบริษัทกว่า 11,000 แห่งทั่วเอเชีย ตัวเลขนั้นไม่ได้แค่บอกขนาด แต่บอกถึงความสัมพันธ์ที่สะสมมาตลอดหลายปี จากการเลือกที่จะไม่ยอมแพ้

ผู้นำที่ดีไม่ได้คิดถึงแค่ตัวเอง

แล้วปรัชญาในการนำทีมของคุณตอนนี้เป็นยังไง?

ถามเรื่องความเป็นผู้นำ คำตอบที่ได้ไม่มีอัตตาปนอยู่เลยแม้แต่น้อย

“การเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องของตัวเอง มันเริ่มต้นที่คนอื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน พาร์ทเนอร์ ผู้ถือหุ้น หรือแม้แต่สังคมโดยรวม ผมไม่ได้ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ยึดคนอื่นเป็นศูนย์กลาง และนี่คือแรงผลักดัน คือสิ่งที่ทำให้ผมมีแรงขับเคลื่อนมากที่สุด”

แนวคิดนี้คือแก่นกลางของ The Reeracoen Way ซึ่งเป็นค่านิยมหลัก 6 ข้อที่ทีมงานทุกคนในกลุ่มบริษัทยึดถือ ไม่ได้เป็นแค่สโลแกนติดผนัง แต่คือมาตรฐานที่ผมและพนักงาน Reeracoen นำมาใช้กับทุกวัน

 

One Reeracoen: ทีมเดียว ไม่ใช่แค่บริษัทในเครือ

“One Reeracoen” สำคัญกับคุณยังไง และอยากให้ทีมทั่วเอเชียสร้างอะไรต่อไปร่วมกัน?

“One Reeracoen คือการเป็นทีมเดียวกัน เป็นชุมชนเดียวกัน ผมมักพูดถึงความต่างระหว่างคำว่า ‘กลุ่มบริษัท’ กับ ‘ทีม’ ทีมที่แท้จริงคือทีมที่มีเป้าหมายร่วมกัน มีวิสัยทัศน์เดียวกัน และเดินไปในทิศทางเดียวกัน”

ในทางปฏิบัติ มันหมายถึงการยอมรับความแตกต่างของแต่ละคน โดยยังคงยึดค่านิยมร่วมกันไว้ “ผมหวังว่าแต่ละคนจะยังคงเป็นตัวของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน และยังคงท้าทายตัวเองอยู่เสมอ”

นี่คือวิสัยทัศน์ของความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเหมือนกัน และความสมดุลตรงนั้นเองที่ทำให้ Reeracoen เป็นที่ๆคนอยากมาทำงานและเติบโต

 

อนาคตของการสรรหาคน: ขั้นตอนสุดท้ายของการหาคน ก็ต้องเลือกด้วยคน

AI กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมนี้ไปมาก คุณมองอนาคตของการสรรหาบุคลากรไว้ยังไง?

พูดถึงความย้อนแย้งที่กำลังเกิดขึ้นกลางอุตสาหกรรมนี้ตรงๆ เมื่อ AI เข้ามามากขึ้น ข้อมูลมีมากขึ้น แต่ความชัดเจนกลับน้อยลง

“ในญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตำแหน่งงานเดียวจะมีเอเจนซี่สรรหาบุคลากรถึง 70-80 เจ้าวิ่งเข้าหาผู้สมัครพร้อมกัน แต่ละเจ้าใช้ AI เขียนข้อความส่ง ผลคือผู้สมัครได้รับข้อความซ้ำๆ กันจำนวนมหาศาล”

“ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่การหางานไม่เจอ แต่คือไม่รู้จะเลือกอะไรดี”

เมื่อข้อมูลท่วมหัว ผู้คนจะหันมาพึ่งมนุษย์ด้วยกันเอง “ผู้สมัครจะกลับมาหาคนในที่สุดเพื่อขอคำแนะนำ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องพัฒนาทั้งเทคโนโลยีและทักษะของคน และต้องทำให้นักบริหารงานแต่ละคนมีตัวตนที่ชัดเจนพอที่จะสร้างความไว้วางใจที่แท้จริงได้”

สำหรับฝั่งนายจ้าง เรื่องนี้สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อ Resume เขียนด้วย AI และการสัมภาษณ์ทำโดย AI กลายเป็นเรื่องปกติ การได้นั่งคุยกันแบบตัวต่อตัวกลับยิ่งมีคุณค่าขึ้น คุณ Naito สนับสนุนให้บริษัทปรับรูปแบบการสัมภาษณ์ให้ลึกขึ้น ทดสอบจากสถานการณ์จริง ประเมินแบบหลายมิติ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ใช่แค่ทำตามขั้นตอน

“องค์กรที่สร้างระบบพัฒนาคนได้ดีและออกแบบให้พนักงานอยากอยู่ต่อ จะเติบโตได้อย่างยั่งยืน อนาคตเป็นของคนที่ลงทุนกับคน ไม่ใช่แค่ลงทุนกับกระบวนการ”

 

มีอะไรอยากฝากถึงทีมงานทั่วภูมิภาคไหม?

“ถึงพนักงานทุกคน ขอบคุณเสมอมานะครับ”

เขายอมรับตรงๆ ว่าการดูแลทีมที่กระจายอยู่หลายประเทศนั้นไม่ง่าย “บางครั้งผมรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มีเวลาอยู่กับทุกคนมากพอ ไม่ได้รู้จักแต่ละคนอย่างลึกซึ้งอย่างที่ต้องการ แต่ผมเชื่ออย่างจริงจังว่าทุกคนที่อยู่ในทีมนี้ล้วนพิเศษในแบบของตัวเอง”

“ขอให้ทุกคนยังคงออกไปสร้างโอกาส สร้างความสัมพันธ์ แบ่งปันประสบการณ์และมุมมองของตัวเอง ลูกค้าของเราอาจใช้หลายเอเจนซี่ แต่ผมเชื่อว่า Reeracoen ทำได้ดีที่สุด เชื่อในตัวเองด้วยครับ แล้วมาสร้างอนาคตที่ดีด้วยกัน”

 

ทำเพราะรัก ไม่ใช่เพราะต้องทำ

โครงการ Plus One ที่คุณทำมาตลอด มันหล่อหลอมแนวคิดของคุณในฐานะผู้นำยังไงบ้าง?

ตั้งแต่ปี 2546 ผมขับเคลื่อน Plus One โครงการจิตอาสาที่เริ่มต้นจากการไปเยี่ยมบ้านเด็กกำพร้าในฟิลิปปินส์ และเติบโตเป็นโปรแกรมหลายประเทศที่มีพนักงาน Reeracoen กว่า 30 คนเข้าร่วมตลอดหลายปีที่ผ่านมา

คำตอบว่าทำไมยังทำอยู่ อาจไม่ใช่สิ่งที่หลายคนคาดหวัง

“คนมักบอกว่าที่คุณทำงานอาสาอย่างนี้น่าชื่นชมมากเลย แต่ผมไม่ได้มองมันแบบนั้น เหตุผลง่ายมากเลยครับ คือผมชอบการเห็นคนอื่นมีความสุขทำให้ผมมีความสุขที่สุด แค่นั้นเอง”

และมันเชื่อมกับเรื่องงานได้ตรงมาก “เรื่องนี้ใช้ได้กับทุกอาชีพด้วย ถ้าทำแล้วไม่มีความสุข ยากมากที่จะทำได้ยาวๆ” นี่คือปรัชญาที่ไหลอยู่ในทุกส่วนของ Reeracoen ที่มองว่าจุดมุ่งหมายกับผลลัพธ์ไม่ใช่คนละเรื่องกัน แต่คือสิ่งเดียวกัน

 

มองไปข้างหน้า: วงกลมแห่งการเชื่อมต่อที่เต็มไปด้วยความหวัง

ถ้าต้องบอกความฝันหนึ่งเดียวสำหรับ Reeracoen หรือสำหรับตัวคุณเอง คืออะไร?

“เราอยากเป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนมากที่สุดในทุกประเทศที่เราดำเนินงาน นอกจากการสรรหาคน เราอยากครอบคลุมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคน ตั้งแต่ระบบประเมินผลไปจนถึงกรอบงาน HR และสำหรับตัวบุคคล เราไม่อยากแค่ช่วยหางาน แต่อยากเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาวที่เดินไปกับเขาตลอดชีวิต”

และที่แกนกลางของทุกสิ่ง พันธกิจส่วนตัวของเขาไม่เคยเปลี่ยน

“สร้างวงล้อที่คอยเชื่อมต่อผู้คนที่เต็มไปด้วยความหวัง และทำให้คนรอบข้างมีความสุขอย่างแท้จริงให้ได้มากที่สุด”

 

อยากปรึกษาเกี่ยวกับการจ้างงาน

ร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ที่เชื่อในการสร้างองค์กรและอาชีพให้เติบโตอย่างมีความหมาย ฝากข้อมูลการติดต่อแล้วที่ปรึกษาของ Reeracoen

Link: https://www.reeracoen.co.th/promo-lp

ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสงานใหม่ๆ?

สร้าง Profile ให้ Career Consultant ของเราช่วยจับคู่กับงานที่เหมาะกับเป้าหมาย ค่านิยม และโอกาสที่คุณมองหา

Link: https://www.reeracoen.co.th/en/users/sign_up 

 

คำถามที่พบบ่อย

Kenji Naito คือใคร? Group CEO ของ Reeracoen Group บริษัทสรรหาบุคลากรชั้นนำที่ดำเนินงานทั่วเอเชีย ผ่านประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 17 ปี ได้รับการแต่งตั้งเป็น Group CEO ในปี 2561 และก่อตั้งโครงการจิตอาสา Plus One มาตั้งแต่ปี 2546 แนวทางการนำของเขาคือการรับใช้ผู้อื่น และเชื่อมั่นในพลังของความต่อเนื่องและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

The Reeracoen Way คืออะไร? คือค่านิยมหลัก 6 ข้อที่ทีมงาน Reeracoen ทุกคนยึดถือ ได้แก่ “I’m Here For You”, “Respect Each Other”, “Positive Influence”, “Be Professional”, “Chance, Challenge, Change!” และ “Never never give up, do for the best!” ค่านิยมเหล่านี้กำหนดวิธีที่ Reeracoen ปฏิบัติต่อบริษัทพาร์ทเนอร์ ผู้สมัคร และแม้แต่พนักงานด้วยกันเอง

One Reeracoen หมายความว่าอะไร? คือวิสัยทัศน์ของคุณ Naito ที่อยากให้ทุกทีมทั่วเอเชียเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ใช่เพราะทุกคนเหมือนกัน แต่เพราะมีจุดมุ่งหมาย เป้าหมาย และค่านิยมร่วมกัน วิสัยทัศน์นี้คือรากฐานของการทำงานข้ามพรมแดนของ Reeracoen

AI กำลังเปลี่ยนการสรรหาบุคลากรอย่างไร? คุณ Naito มองว่า AI กำลัง overload ข้อมูลซึ่งยากต่อการตัดสินใจ มากกว่าจะช่วยให้ผู้สมัครตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เมื่อทุกเอเจนซี่ส่งข้อความที่หน้าตาคล้ายกันพร้อมกัน สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในท้ายที่สุดคือที่ปรึกษาที่มีตัวตนจริงๆ สร้างความสัมพันธ์ได้จริง และให้คำแนะนำที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่อัลกอริทึม

Plus One คืออะไร และสำคัญต่อ Reeracoen อย่างไร? Plus One คือองค์กรไม่แสวงหากำไรที่คุณ Naito ก่อตั้งในปี 2546 เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในฟิลิปปินส์และกัมพูชา มีพนักงาน Reeracoen กว่า 30 คนเข้าร่วมตลอดหลายปีที่ผ่านมา สำหรับคุณ Naito โครงการนี้สะท้อนค่านิยมเดียวกับที่ขับเคลื่อนธุรกิจ คือความต่อเนื่อง ความสุขที่ได้จากการให้ และความเชื่อที่ว่าการเห็นคนอื่นมีความสุขคือรางวัลที่ดีที่สุด

 

Related Posts