วิธีหาพนักงานเร่งด่วน แก้ปัญหาคนลาออกต้นปี ด้วยเครื่องมือฟรี
กุมภาพันธ์คือช่วงเวลาที่หลายบริษัทต้องกุมขมับกับการทยอยลาออกของพนักงานคนเก่ง ที่บ้างก็ออกไปหาความท้าทายใหม่ บ้างก็ออกไปเติบโตในที่อื่น ซึ่งวิธีแก้ปัญหาพนักงานลาออก ที่ดีที่สุดคือการใช้ วิธีหาพนักงานเร่งด่วน เติมคนใหม่ให้ไวเพื่อลดภาระทีมเดิม และป้องกันไม่ให้คนที่ยังอยู่ต้องรับงานหนักเกินไปจนเกิดภาวะ Burnout กันทั้งองค์กร
หากตอนนี้คุณกำลังเจอกับมรสุมพนักงานเก่าลาออก และมองหา วิธีหาพนักงานเร่งด่วน แบบเชิงรุก (Active Hiring) เพื่ออุดช่องว่างของตำแหน่งที่หายไป นี่คือ 4 ขั้นตอนที่ Reeracoen Thailand อยากแนะนำ
1. วิเคราะห์ Source ผู้สมัคร เลือกช่องทางให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
แม้การเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงคนจะเป็นกลยุทธ์พื้นฐานที่หลายองค์กรเลือกใช้ แต่บางครั้งการหว่านประกาศไปทุกที่ก็อาจเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ เพราะอาจไม่ได้คนที่ตรงเป้าเข้ามาเลย เราจึงต้องเข้าใจธรรมชาติของคนที่แตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อวางแนวทางการเข้าหา (Approach) และบริหารทรัพยากรทีมที่มีอยู่อย่างเหมาะสม

- LinkedIn ไม่ใช่แค่การโพสต์งาน แต่คือการทำ Social Recruiting กลุ่มนี้คือ Professional ที่ชอบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Vision ของบริษัท และ Career Path ที่จับต้องได้
- Facebook Page & Groups เน้นความไวและการแชร์ต่อ (Viral) ผู้สมัครกลุ่มนี้ต้องการรู้ “เงินเดือน-สวัสดิการ-ทำเล” ทันทีที่เห็นโพสต์ ภาษาที่ใช้ต้องสั้น กระชับ และเป็นกันเอง
- Job Boards เหมาะกับงานเฉพาะทาง แต่อุปสรรคคือการแข่งขันสูงมาก เพราะหลายบริษัทเห็นเป็น “ทำเลทอง” ที่ดีที่สุด
2. เปลี่ยน Job Description ให้เป็นโฆษณา วางเนื้อหาที่โดนใจผู้สมัคร
หัวใจของ วิธีหาพนักงานเร่งด่วน ให้ได้จำนวนคนสมัครเข้ามาเยอะ และตรงสเปก คือการเปลี่ยนจาก “การบอกกล่าว” เป็น “การเชิญชวน” ซึ่ง Reeracoen ที่ทำงานร่วมกับผู้สมัครกว่า 30,000 คนในปี 2025 ได้เจอกับ Insight ที่สามารถแชร์ให้กับนายจ้างได้ถึง 3 ประเด็น
- พาดหัวตำแหน่งงาน (Job Title) ต้องใช้คำที่คนทั่วไปค้นหา เห็นแล้วเข้าใจได้ง่าย ไม่ใช่ชื่อเฉพาะที่เข้าใจแค่ในบริษัทเท่านั้น
- 3 ย่อหน้าพิชิตใจ เริ่มด้วย Pain Point ที่ผู้สมัครเจอ (เช่น เบื่อระบบงานเดิมๆ ไหม?), ตามด้วย Value Proposition (เรามีวัฒนธรรมการทำงานแบบไหน?) พร้อมปิดท้ายด้วยการโชว์ Easy Action ขั้นตอนสมัครที่ง่ายและชัดเจน
- Highlight Benefits อย่าบอกแค่ว่าเรามีอะไร แต่ให้บอกว่าสิ่งนั้นส่งผลต่อชีวิตของผู้สมัครอย่างไร เช่น “เรามี Work from Anywhere” หรือ “งบพัฒนาตัวเองรายปี” ซึ่งเป็นสิ่งที่คนยุคนี้มองหา

3. Candidate Flow ออกแบบประสบการณ์สมัครงานให้เหมือน “การชอปปิง”
ในวันที่ผู้สมัครมีตัวเลือกล้นมือ คุณอาจเสีย Talent ไปทันที ถ้าหาก Flow การสมัครของคุณยุ่งยากและกินเวลาเกินไป ดังนั้น Candidate Experience จึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญ
4. ใช้เครื่องมือช่วย “ทำงานแทน” ในบางส่วน
การใช้ เครื่องมือการจ้างงาน อย่างระบบ ATS (Applicant Tracking System) ไม่ใช่แค่การเพิ่มความทันสมัย แต่คือการสร้าง “ความได้เปรียบทางการแข่งขัน” ในเชิงเวลาและต้นทุน

Insight ผลลัพธ์เมื่อองค์กรนำเครื่องมือมาผสานการทำงานในยุคใหม่
- คืนเวลาให้ HR ได้มากกว่า 30-33 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จากการลดภาระงานแอดมินที่ต้องทำซ้ำๆ เช่น การคัดแยก Resume และการนัดหมายสัมภาษณ์ (Source: CareerBuilder & SHRM Recruitment Tech Report)
- 78% ของผู้ใช้งานยืนยันว่าได้ “คนที่ใช่” (Quality of Hire) มากขึ้น เพราะระบบช่วยให้ไม่พลาด Candidate เกรด A ที่มักจะถูกคู่แข่งคว้าตัวไปภายในไม่กี่วัน (Source: G2 Crowd – Applicant Tracking System (ATS) Statistics)
- ลดอัตราการปฏิเสธร่วมงาน ผู้สมัคร 69% พร้อมปฏิเสธงาน หากบริษัทตอบกลับล่าช้า ความรวดเร็วในการสื่อสารจึงเป็นตัวแปรในการรักษา Talent (Source: CareerBuilder Candidate Experience Survey)
เครื่องมือ HR Recruitment พื้นฐาน ที่ Reeracoen อยากแนะนำ
- 24 hrs Hiring Center ลดข้อจำกัดด้าน “เวลาทำงาน” ของคน ด้วยการใช้ช่องทางออนไลน์ที่สามารถรับผู้สมัครได้ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อให้ประสบการณ์ผู้สมัครราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ
- Centralized Tracking รวมใบสมัครจาก Facebook, LinkedIn, และอีเมลมาไว้ใน Dashboard เดียว ลดโอกาสการตกหล่นของ Candidate ทั้งหมด
- Team Collaboration ทำให้ HR และ Hiring Manager สามารถคอมเมนต์และประเมินผู้สมัครร่วมกันได้ทันที ไม่ต้องส่งไฟล์ Resume ไปมาผ่าน LINE หรือ Email ให้สับสน
สรุป
การหาพนักงานในยุค 2026 ไม่ใช่แค่การรอคนเดินเข้ามาหา แต่คือการใช้กลยุทธ์ที่แม่นยำร่วมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย EZHire คือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสร้างระบบการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ปิดจ็อบได้ไว และเปลี่ยนปัญหาพนักงานลาออกให้กลายเป็นโอกาสในการเสริมทัพคว้าตัวคนเก่งมาร่วมทีม
รับสิทธิใช้งาน ATS ฟรีจาก EZHire เลยตอนนี้ ฟรีตลอดชีพ
FAQ ท้ายบทความ
Q: วิธีหาพนักงานเร่งด่วน ให้ได้คนเก่งและไวที่สุดในช่วงต้นปีต้องทำอย่างไร?
A: หัวใจสำคัญคือการทำ Active Hiring เริ่มจากการเปลี่ยนประกาศงาน (Job Description) ให้เป็นประกาศโฆษณา (Job Ad) ที่น่าดึงดูด เน้นสวัสดิการที่คนมองหา และกระจายประกาศไปสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ รวมถึงมีระบบการทำงานที่รวดเร็วเพื่อไม่ให้คนเก่งหลุดมือไป
Q: แก้ปัญหาพนักงานลาออกพร้อมๆ กับการหาคนใหม่ได้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?
A: ใช้เครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างระบบ ATS (Applicant Tracking System) เพราะจะช่วยลดภาระงานแอดมินของ HR ได้กว่า 50% ทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการดูแลพนักงานปัจจุบัน (Retention) ในขณะที่ระบบช่วยจัดการผู้สมัครใหม่ให้ไหลลื่น ไม่ตกหล่น และปิดจ็อบได้ไวขึ้น
Q: เครื่องมือการจ้างงานแบบไหนที่ HR ยุคใหม่ควรเลือกใช้?
A: ควรเลือกเครื่องมือที่ครบวงจร ตั้งแต่หน้าบ้าน (ช่องทางรับสมัคร) และหลังบ้าน (ระบบติดตามข้อมูล) ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ทันที
Q: การสร้าง Career Page ของตัวเองดีกว่าการโพสต์ลง Job Board ทั่วไปอย่างไร?
A: การมี Career Page ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและ Employer Branding ได้มากกว่า นอกจากจะช่วยให้ผู้สมัครจดจำแบรนด์ได้แล้ว ยังเป็นช่องทางที่คุณเป็นเจ้าของ Data 100% สามารถนำข้อมูลผู้สมัครมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุง วิธีหาพนักงาน ในอนาคตได้แม่นยำกว่าการพึ่งพาแพลตฟอร์มภายนอกเพียงอย่างเดียว

